ศรีปทุมโพลล์เผย นักการเมืองได้ประโยชน์จากการแก้รัฐธรรมนูญมากที่สุด

9 ก.พ. 2555

           

  ศูนย์วิจัยและติดตามนโยบายภาครัฐ มหาวิทยาลัยศรีปทุม  จัดแถลงข่าวการสำรวจความเห็นประชาชน “ศรีปทุมโพลล์”  (ครั้งที่ 4/2555) จาก 17 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรสงคราม อยุธยา อ่างทอง เชียงใหม่ พะเยา พิษณุโลก อุตรดิตถ์ นครพนม อุดรธานี มหาสารคาม บุรีรัมย์ สุรินทร์ ยะลา ปัตตานี และสตูล ระหว่างวันที่ 2-7 กุมภาพันธ์ 2555 จำนวน 1,700 ตัวอย่าง หัวข้อ “การสำรวจความเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร” โดยรศ.สมชัย  ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและติดตามนโยบายภาครัฐ และดร.ธวิช สุดสาคร ผู้อำนวยการหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (ภาคค่ำ) มหาวิทยาลัย   ศรีปทุม ซึ่งสรุปผลการสำรวจได้ดังนี้ 
             

ประชาชนร้อยละ 44.4 รู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีปัญหา แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่ามีปัญหา       เรื่องอะไร ส่วนประชาชนร้อยละ 21.3 รู้ว่ามีปัญหา และสามารถบอกจุดที่เป็นปัญหาได้ ร้อยละ 17.6 เห็นว่าไม่มีปัญหา และร้อยละ 16.6 ไม่มีความคิดเห็น      

         เมื่อถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญเป็นประโยชน์ของใคร ประชาชน ร้อยละ 44.8 เห็นว่าเป็นประโยชน์        ของนักการเมือง ส่วนร้อยละ 25.3 เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ประชาชน ส่วนประชาชน ร้อยละ 21.9 เห็นว่า     เป็นประโยชน์กับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร และร้อยละ 7.9 เห็นว่า เป็นประโยชน์แก่บุคคลอื่นๆ เช่น ข้าราชการ นักธุรกิจ ฯลฯ

                ส่วนความคิดเห็นต่อช่วงระยะเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมนั้น ประชาชนร้อยละ 36.6    เห็นว่า ยังไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องดำเนินการ ร้อยละ 29.3 เห็นว่าควรรีบดำเนินการทันที ส่วนร้อยละ 23.2 เห็นว่าอีกประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ค่อยดำเนินการ และร้อยละ 10.9 เห็นว่า ช่วงปีสุดท้ายของรัฐบาล             ค่อยดำเนินการ

                สำหรับรูปแบบการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมนั้น ประชาชน ร้อยละ 31.4 เห็นว่า เลือกส.ส.ร.      จากจังหวัดต่างๆ ตามสัดส่วนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมกับผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐบาลแต่งตั้ง ร้อยละ 30.6 เห็นว่า   เลือก ส.ส.ร. จากจังหวัดต่างๆ จังหวัดละ 1 คน  รวมกับผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐบาลแต่งตั้งส่วน ร้อยละ 19.9 เห็นว่า เสนอร่างแก้ไขของรัฐบาล หรือจาก ส.ส. ต่อสภา และร้อยละ 17.9 เห็นว่า รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอต่อสภา

                แต่เมื่อถามถึงความจำเป็นในการทำประชามติ ประชาชนร้อยละ 39.5 เห็นว่า ไม่มีความจำเป็น ร้อยละ 31.8 เห็นว่า ควรทำหลังแก้รัฐธรรมนูญ  เพื่อเป็นความเห็นชอบของคนทั้งประเทศ ส่วนร้อยละ 18.6 เห็นว่า   ควรทำก่อนแก้รัฐธรรมนูญ  ว่าสมควรแก้หรือไม่ และร้อยละ 9.9 เห็นว่า ควรทำทั้งก่อนแก้และหลังแก้รัฐธรรมนูญ 

                สำหรับประเด็นที่สมควรแก้ไข ประชาชน ร้อยละ 3.65 เห็นว่า เรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ขณะที่ร้อยละ 3.51 เห็นว่า เรื่องที่มาของส.ว. ร้อยละ 3.49 เห็นว่า เรื่องที่มาของส.ส. ร้อยละ 3.33 เห็นว่า เรื่องที่มา   ขององค์กรอิสระ ร้อยละ 3.27 เห็นว่า เรื่องกรณียุบพรรคการเมือง เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ร้อยละ 3.01 เห็นว่า เรื่องการกลับไปใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับ 2540 เป็นหลัก ร้อยละ 2.94 เห็นว่า เรื่องการให้รัฐประหารเป็นความผิดและไม่มีผลต่อเนื่อง ร้อยละ 2.79 เห็นว่า เรื่องให้ส.ส.เข้าไปเกี่ยวข้องกับข้าราชการประจำได้มากขึ้น ร้อยละ 2.69 เห็นว่า เรื่องการเปิดโอกาสให้นิรโทษกรรมทางการเมือง และร้อยละ 2.53 เห็นว่าเรื่อง  เปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง