ม.ศรีปทุม หนุนนักวิจัย มอบรางวัลนักวิจัยดีเด่น ปี 54 แก่ ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช

30 ส.ค. 2554

ม.ศรีปทุม หนุนนักวิจัย มอบรางวัลนักวิจัยดีเด่น ปี 54

แก่ ผศ.สุภาวดี  โพธิยะราช

                มหาวิทยาลัยศรีปทุม มอบรางวัลนักวิจัยดีเด่น เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี การสถาปนามหาวิทยาลัย ทั้งนี้เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรตินักวิจัยมหาวิทยาลัยศรีปทุมที่มีผลงานวิจัยดีเด่น มีจรรยาบรรณและมีผลงานได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารและนิตยสารต่างๆ ที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งปี 2554 ผู้ที่ได้รับรางวัลนี้ได้แก่ ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งผู้ประสานงานชุดโครงการทุนพัฒนาแผนธุรกิจนวัตกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) อีกด้วย

ผศ.สุภาวดี เปิดเผยความรู้สึกที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ว่า “ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ รู้สึกดีใจและภูมิใจอย่างมาก เพราะรางวัลนี้เป็นการส่งเสริมและสนับสนุน ตลอดจนสร้างกำลังใจแก่นักวิจัยให้มีแรงขับเคลื่อนผลิตผลงานต่อไป ขอขอบพระคุณ มูลนิธิมหาวิทยาลัยศรีปทุม (ดร.สุข พุคยาภรณ์) และคณะกรรมการพัฒนางานวิจัย มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในฐานะผู้ที่จัดโครงการและคัดเลือกให้ได้รับรางวัลครั้งนี้ สำหรับเรื่องของงานวิจัยนั้น เป็นงานที่สนใจ และได้ศึกษากระบวนการทำวิจัยตั้งแต่สมัยเรียนระดับปริญญาโท ซึ่งในปีแรกเริ่มทำงานที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้เสนอโครงการ  เพื่อขอทุนอุดหนุนการวิจัยจากสานักวิจัย เพื่อศึกษาการประกอบอาชีพอิสระของชุมชนบางบัว โดยใช้เวลาทำงานกว่า 6 เดือน ต่อมาในปี 2546 ได้ขอรับทุนอุดหนุนจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม เพื่อวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจของนโยบายภาครัฐ : กรณีศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนปลูกยางพาราเพื่อยกระดับรายได้และความมั่นคงให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยซึ่งใช้เวลา 9 เดือน โดยสารวจข้อมูลเชิงพื้นที่และสัมภาษณ์เกษตรกร 13 จังหวัดภาคเหนือ อีกทั้งยังได้รับความกรุณาจากรศ.ดร.ศรัณย์ วรรธนัจฉริยา เป็นที่ปรึกษาโครงการวิจัย (ซึ่งดำรงตำแหน่ง รองอธิการบดี ฝ่ายบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในขณะนั้น) โดยผลงานวิจัยนี้สามารถนำมาซึ่งตำแหน่งวิชาการได้รับ จึงนับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะนอกจากเป็นผลงานวิชาการที่ได้รับความสนใจแล้ว ยังได้นำไปขยายผลสู่ภาคอีสานอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมหาวิทยาลัยศรีปทุมในการจัดโครงการบริการวิชาการแก่สังคมโดยจัดหลักสูตรการอบรมเชิงปฎิบัติการเพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านการจัดทาบัญชีฟาร์ม ด้านเศรษฐศาสตร์ครัวเรือน ด้านกฏหมายชาวบ้าน รวมทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางพาราในภาคเหนือ จากนั้นในปี 2549 ก็ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากสานักวิจัย มหาวิทยาลัยศรีปทุมอีกครั้ง เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม : กรณีศึกษากลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก”

                ปัจจุบันผศ.สุภาวดี มีผลงานวิจัยจำนวน 22 เรื่อง และได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากหน่วยงานภายนอกอย่างต่อเนื่อง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน อาทิ สานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) The ASEAN Food Security Information System (AFSIS) บริษัทเจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด บริษัท ดีทแฮลมป์ จากัด และบริษัทโฮลฟามาซูติคอลประเทศไทย จำกัด เป็นต้น และเนื่องจากเป็นทุนวิจัยที่หน่วยงานภายนอกให้การสนับสนุน ดังนั้นผลงานวิจัยทุกเรื่องจึงสามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด ซึ่งส่วนมากเป็นการศึกษาวิจัยเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้แก่รัฐบาลเพื่อการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ และยังเป็นเครื่องชี้การตัดสินใจในเชิงการบริหารของหน่วยงาน องค์กรต่างๆ รวมทั้งยังได้รับการคัดเลือกให้เผยแพร่ในการประชุมวิชาการระดับชาติ โดยในปี 2553 ได้นำเสนอบทความวิชาการ เรื่อง“ผลกระทบของนโยบายการค้าเสรีต่อเศรษฐกิจไทย” ในการประชุมวิชาการระดับชาติของนักเศรษฐศาสตร์ ครั้งที่ 6 จัดโดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และนำเสนอบทความวิจัย เรื่อง “ผลกระทบของการเปิดเสรีทางการค้าต่อเศรษฐกิจประเทศไทย : กรณีการนาเข้าผักและผลไม้จากประเทศสาธารณประชาชนจีน”ในการนาเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2553 : Thailand Research Expo 2010 ของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์อีกด้วย

ผศ.สุภาวดี ยังได้กล่าวทิ้งท้ายและแนะนำการทำงานวิจัยให้ประสบผลสำเร็จว่า “ความสำเร็จของงานวิจัยทุกเรื่องต้องมาจากแรงบันดาลใจของผู้วิจัยที่ต้องการค้นหาคำตอบ อีกทั้งต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อเอื้ออานวยการทำงาน ทั้งบรรยากาศที่ทางาน เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว รวมทั้งต้องมีเทคนิคการปฏิสัมพันธ์กับหน่วยงานที่ให้ทุนและบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ร่วมวิจัยในแต่ละโครงการ เพราะหากขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปแล้ว คงไม่เกิดแรงขับเคลื่อนที่จะสามารถผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพ”