แนะนำหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์

 

 

ภาษาไทย     : วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์
ภาษาอังกฤษ : Master of Science in Computer Information Systems

ชื่อเต็มภาษาไทย     : วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (ระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์)
ชื่อย่อภาษาไทย      : วท.ม. (ระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์)
ชื่อเต็มภาษาอังกฤษ : Master of Science (Computer Information Systems)
ชื่อย่อภาษาอังกฤษ  : M.S. (Computer Information Systems)

 

mscis59

mscis59-2

 

 

——————————————————————————————————————–

ความก้าวหน้าทางวิชาชีพ

มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในการบริหารและการจัดการระบบสารสนเทศเพื่อพัฒนาทักษะที่ก้าวไปสู่ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดด้านสารสนเทศ (Chief Information Office)

——————————————————————————————————————–

เปิดรับสมัครบัณฑิตเข้าศึกษาต่อหลักสูตร วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (ระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์) ประจำปีการศึกษา 1/2559 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

“การศึกษาคือการลงทุน มหาวิทยาลัยศรีปทุมมอบการลงทุนที่คุ้มค่าด้วยทุนการศึกษามูลค่า 20,000 บาททุกหลักสูตรในระดับปริญญาโท สมัครวันนี้จนถึงเดือนเมษายน  2559 นี้เท่านั้น พิเศษ สำหรับบัณฑิตใหม่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม”

หลักสูตรนี้ จบปริญญาตรีสาขาใด….ก็สามารถเรียนได้ และใช้ระยะเวลาเรียนแค่ 1 ปี…..

 

——————————————————————————————————————–

จุดเด่นของหลักสูตร    

-ถ่ายทอดความรู้ แนวคิด และทักษะ ด้านบริหารจัดการระบบสารสนเทศ
-เข้าใจในโครงสร้างอุตสาหกรรม ICT กระบวนการตลาดและการใช้เว็บ เป็นกลยุทธ์ ด้านการตลาด
-บูรณาการความรู้และสร้างทักษะในการประยุกตืใช้งานระบบสารสนเทศให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร
-สอนแนวคิดและทักษะที่บูรณาการ IT กับสื่อสร้างสรรค์และกระบวนการธุรกิจ
-คณาจารย์มีความพร้อมในการสนับสนุนให้นักศึกษาสามารถสมัครขอรับทุนวิจัยระดับชาติ อาทิ ทุนวิจัย วช.
และทุนวิจัย สกว.
- ทีมคณาจารย์ชั้นนำทางด้านไอทีที่มีประสบการณ์ตรง และมีใบประกอบวิชาชีพ (Certified) ของ Microsoft  CISCO และ Oracle ระดับมืออาชีพ
-เสริมหลักสูตรทางวิชาการ ด้วยทีมวิทยากรพิเศษจากภาคอุตสาหกรรม ผู้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูง ในเนื้อหา อาทิเช่น ระบบธุรกิจอัจฉริยะ Business intelligence (BI) และ ระบบเหมืองข้อมูล Data mining
-หลักสูตรมีความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ
-หลักสูตรมีความร่วมมือกับสมาคมวิชาชีพด้านไอซีทีและมีความร่วมมือทางวิชาการกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

——————————————————————————————————————-
สมัครด้วยตนเองได้ที่

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีปทุม บางเขน
อาคาร 40 ปีศรีปทุม (อาคาร 11) ชั้น 11
61 หมู่ 4 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ 02-561 2222 ต่อ 3003   -  3004

หรือติดต่อ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิเวศ จิระวิชิตชัย
ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิเวศ จิระวิชิตชัย

ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์
Master of Science (Computer Information Systems)

การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในธุรกิจอุตสาหกรรมมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ในประเทศไทยในช่วง 2540 – 2557 ก็มีการลงทุนในการจัดซื้อและจัดจ้างเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศ (Information System) เป็นมูลค่าปีละกว่า 50,000 ล้านบาท แม้ในช่วงหลังวิกฤตการเงินที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในปี 1997 ธุรกิจพัฒนาสารสนเทศ (ซอฟต์แวร์) ก็มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องปีละ 30% (ข้อมูลสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ATSI)

นอกจากภาคเอกชนแล้ว ภาครัฐเป็นผู้นำในการนำระบบสารสนเทศมาใช้ในทุกหน่วยงาน ตั้งแต่ระดับกองขึ้นไป การใช้งานระบบสารสนเทศมีการจัดทำอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้มติคณะรัฐมนตรี ปี 2543 ได้กำหนดให้หน่วยงานตั้งแต่ระดับกรม กระทรวง และรัฐวิสาหกิจจะต้องจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อประกอบการของบประมาณการพัฒนาสารสนเทศ ปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐมีระบบสารสนเทศที่ปฏิบัติงานอยู่ไม่ต่ำกว่า 3,000 ระบบงาน ระบบงานเหล่านี้เกี่ยวข้องกับผู้ปฏิบัติงานในระดับดูแลและบริหาร ทั้งทางด้านระบบและข้อมูลโดยตรงไม่ต่ำกว่า 60,000 คน และมีผู้ใช้ระบบสารสนเทศไม่ต่ำกว่า 150,000 คน ทั้งนี้ยังไม่รวมผู้ใช้ระบบสารสนเทศสำเร็จรูปในสำนักงานและการใช้อินเตอร์ เนต

ในภาคเอกชน นอกจากบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ประมาณ 400 บริษัท ยังมีบริษัทขนาดกลาง และขนาดย่อม (SME) อีกประมาณ 500,000 แห่ง (ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม) ซึ่งประมาณการได้ว่า 20% เป็นวิสาหกิจขนาดกลางที่มีการใช้ระบบสารสนเทศ เช่น ระบบบัญชี ระบบสินค้าคงคลัง ระบบสนับสนุนการขาย ระบบควบคุมการผลิต บุคลากรที่ต้องใช้ในการบริหารระบบสารสนเทศในกลุ่มนี้ไม่ต่ำกว่า 300,000 คน นอกจากนี้ จากตัวเลขของเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ซึ่งภาครัฐจะสนับสนุนให้มีการสร้างเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่เชียงใหม่และ ภูเก็ต และมีการสนับสนุนการสร้างบุคลากรด้านพัฒนาโปรแกรมอีกไม่ต่ำกว่า 50,000 คน ซึ่งจะต้องมีบุคลากรระดับที่ทำงานบริหารจัดการระบบสารสนเทศอีกไม่ต่ำกว่า 5,000 คน จะเห็นได้ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศโดยมากมีไม่ต่ำกว่า 500,000 คน ซึ่งบุคคลากรเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วจะมีวุฒิปริญญาตรีในสาขาวิชาการต่างๆ ขณะนี้สถาบันการศึกษา สามารถผลิตผู้สำเร็จการศึกษาระดับมหาบัณฑิตด้านการจัดการระบบสารสนเทศหรือ วิทยาการด้านเทคโนโลยี สารสนเทศเพียงปีละ 500 คน ดังนั้นประเทศไทยจึงยังมีความต้องการบุคลากรระดับมหาบัณฑิตด้านระบบสารสนเทศ อีกมาก

หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ (M.S.CIS) เป็นสาขาวิชาที่เน้นพัฒนานักบริหารที่ไม่เคยมีพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์มาก่อน ให้สามารถเรียนรู้ระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงขั้นสูงเพื่อก้าวสู่ตำแหน่ง Chief Information Officer (CIO) อย่างภาคภูมิใจ โดยรู้จักการวางแผนยุทธ์ศาสตร์ของการนำเอาระบบสารสนเทศมาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร ประสิทธิภาพในที่นี้ เน้นความสามารถในการเลือกใช้ Application Software และเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับด้านไอทีที่ทันสมัย ที่เหมาะสม และถูกกับวัตถุประสงค์ ตรงตามแผนธุรกิจขององค์กร และเหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้งาน รวมทั้งเข้าในในพื้นฐานความรู้ของคนในองค์กร เพื่อให้ทั้งระบบงานคอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าต่อการลงทุน นอกจากนี้ยังต้องการให้รู้จักการ Implement ซอฟต์แวร์อย่างมีหลักเกณฑ์ การบริหารโครงการและติดตั้งระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์อย่างถูกหลักวิชาการ ซึ่งทางหลักสูตรจะเน้นที่การพัฒนาความรู้  ทักษะความเชี่ยวชาญ ในเชิงนักบริหารศูนย์คอมพิวเตอร์ รู้จักวางแผนและวิเคราะห์ทุกปัจจัยของการลงทุนให้เกิดความคุ้มค่า ไม่ใช่ในเชิงพัฒนาเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้เป็นนัก Programmer  โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ มุ่งผลิตมหาบัณฑิต ให้มีความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญ ก้าวไปสู่อาชีพนักบริหารขั้นสูง เป็น CIO ระดับมืออาชีพ ขององค์กรชั้นนำ

1. เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทุกสาขา

2. สอบไล่ได้คะแนนเฉลี่ยสะสม จากการศึกษาระดับปริญญาตรี ไม่ต่ำกว่า 2.5 หรือเทียบเท่า หากได้คะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 2.5 ให้คณะกรรมการบัณฑิตวิทยาลัยพิจารณา