ส่ง Passion ให้เด็กๆ อ.พันธ์ นักปั้นเด็กรางวัล ส่งถึงฝันมาแล้วหลายรุ่น

เด็ก อ.พันธ์
เป็นเด็ก มือรางวัล


วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก อ.พันธ์ หรือ อาจารย์ธีระพันธ์ ชนาพรรณ ผู้เป็นหัวหน้าสาขาวิชาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล ผู้เป็นตัวจริงด้านภาพถ่าย และมีสกิลด้านนี้ในระดับมืออาชีพ

ท่านเป็นอาจารย์ของเด็กๆ นักศึกษานิเทศศาสตร์ หลายคน ผู้ได้รับเสียงชื่นชมว่า “เด็ก อ.พันธ์ เป็นเด็กมือรางวัล” เรามาดูวิธีการเสริมสร้างแรงบันดาลใจ และมุมมองต่อนักศึกษาในแบบ อ.พันธ์ กันเถอะ

 

UploadImage

อ. พันธ์ ผู้ส่งเด็กรางวัล
ให้ถึงฝั่งฝันมาแล้วหลายรุ่น . . .

อาจารย์ร่วมงานครั้งแรกกับศรีปทุม เมื่อปี 2543 เริ่มต้นด้วยการเป็นอาจารย์ปฏิบัติการประมาณ 3 ปี พอหลังจากนั้น ก็ได้เป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่มหาลัยศรีปทุม เพราะเราจบด้านถ่ายภาพโดยตรงที่เทคนิคกรุงเทพ จึงทำการสอนวิชาถ่ายภาพมาตั้งแต่นั้นครับ
 

 

UploadImage

สอนยังไง
ให้เด็ก "มีคุณภาพ"

ต้องบอกก่อนว่าเด็กที่เรียนกับ อ.พันธ์ บางคนอายุมากกว่าจารย์เสียอีก ช่วงแรกๆ สมัยที่อาจารย์ยังสอนใหม่ๆ เราสอนเด็กห้องละ 160 คน ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับวิชาที่เป็นภาคปฏิบัติอย่างมาก ค่อนข้างลำบากเลยที่เราจะสอนให้เด็กแต่ละคนใช้กล้องได้อย่างละเอียดทุกคน ในคลาสมีการเรียนทฤษฎีบ้าง แต่อาจารย์อยากจะให้เด็กๆ ได้มีชั่วโมงลองปฏิบัติมากขึ้น เลยจำเป็นต้องลดจำนวนเด้กที่เรียนออก ให้เหลือห้องละ 80 คน คือเราพยายามจะให้ความรู้เด็กทุกคน  ผมมองว่าคุณภาพของนักศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
 

สไตล์การสอน
ที่เน้น ลงมือทำ

นอกจากจะสอนเทคนิคการถ่ายภาพแล้ว ผมยังสอนวิธีคิดให้เด็กๆ ด้วย เพราะสิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญมากนะ อยากให้นักศึกษาได้ทั้งวิธีคิดในการสื่อสารแนวคิดหรือมุมมองใหม่ๆ ยิ่งทำเด็กยิ่งโตขึ้น ยิ่งมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น
 

ผมพยายามที่จะให้เด็กๆ ได้ลงมือทำจริงๆ  เพราะเชื่อว่าประสบการณ์สอนคนได้ดีกว่า แต่เราสอนให้เด็กลองทำ และต้องทำอย่างมีความสุขควบคู่กันด้วยถ้าสมมติเด็กสนุกกับไปกับวิชาเรียน อาจารย์ก็แป็นแค่ที่ปรึกษา สอนระบบการคิดให้อย่างเหมาะสม ช่วยแก้ไขปัญหาแล้วก็ให้กำลังใจ ตรงจุดนี้มันใช้กับงานประกวดได้ เพราะมันเป็นส่วนนึงที่เป็นโจทย์ให้นักศึกษาได้ลงมือทำจริงเหมือนกัน

 UploadImage

กว่าจะเป็น
" งานรางวัล "

อันดับแรกเราต้องดูแลเด็กๆ ให้ดีก่อน ใส่ใจให้เต็มที่เหมือนเขาเป็นลูก เป็นคนในครอบครัวเรา อาจารย์พันธ์เชื่อว่าทุกคนดีได้ ทุกคนเก่งได้ แต่เราต้องเชื่อในตัวเขา เพราะแต่ละคนจะมีจุดที่ใช่ต่างกัน เมื่อรู้ว่าอะไรที่มันใช่ก็รักษามันไว้แล้วลงมือทำต่อ ทุกสิ่งที่เด็กทำก็ส่งผลดีกับตัวเด็กเอง เอาจริงๆ มันอยู่ที่ตัวของคุณทุกอย่างเลย แค่คุณรู้จักทำให้โอกาสที่มีไม่เสียไป

ส่วนเด็กๆ คนที่อยู่ใกล้ผมจะทราบดีว่า ผมเคยไม่ชมใครพร่ำเพรื่อ ถ้าดีก็บอกให้ทำต่อไปอย่าให้เสีย ผมจะบอกเด็กเสมอ รางวัลชิ้นเดียวไม่ได้การันตีว่าเราจะประสบความสำเร็จ และเราไม่จำเป็นที่ต้องไปบอกใคร จนวันที่เราประสบความสำเร็จมันจะต้องมีคนที่มาพูดให้ฟัง



UploadImage
 

จับกล้องสะพายเป้
พาเด็กลุยถ่ายรูปต่างประเทศ

ผมจัดสะพายกล้องไปต่างประเทศ ทำมาหลายปี ไปมาหลายที่ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี โดยให้เด็กๆ ที่สนใจสมัครเข้ามา แล้วมีการคัดเลือก โดยเรามีพันธมิตรร่วมจัดกิจกรรมด้วย ตรงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความประทับใจ คือเด็กของเราได้มีโอกาสไปทำงานกับพันธมิตรแล้วทำงานได้ดี ทางเขาเลยเล็งเห็นว่าอยากสนับสนุนและหาเด็กรุ่นใหม่เข้าไปร่วมงานกับเขา ผมรู้สึกยินดีมากเพราะเด็กของเราได้มีอาชีพทำในอนาคต

แต่ละครั้งที่ได้พาเด็กๆ ออกไปสะพายกล้อง ผมได้ประสบการณ์ในการสอนเด็กเพิ่มขึ้นเยอะมาก ค่ายที่ทำจะเป็นกิจกรรมร่วมกัน 3 วัน 2 คืนบ้าง หรือ 2 วัน 1 คืนบ้าง  แต่ละกิจกรรมเองก็มักมีข้อจำกัด เช่น จำนวนเด็ก สภาพอากาศ มีปัญหาให้เด็กๆ แก้ไขเฉพาะหน้าตลอดเวลา ซึ่งตรงนี้ผมว่าสำคัญนะ นอกจากการได้ประสบการณ์ด้านถ่ายภาพแล้ว เด็กๆ ก็จะได้มุมมองทัศนคติใหม่ๆ มากขึ้นด้วยครับ และตอนนี้จัดสะพายกล้องผ่านมา 11 รุ่นแล้วครับ


UploadImage
วิ่งเข้าหาโอกาส
ก่อนคว้ารางวัล

งานที่เด็กๆ ส่งเข้าประกวด  จะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ลักษณะแรก เป็นงานที่ต้องทำ หมายถึง หากมีสถาบันอื่น ส่งงานเข้าประกวด ก็ต้องมีศรีปทุมในงานนั้นด้วย โดยที่ไม่จำเป็นต้องได้รางวัลก็ได้ แต่จะต้องรู้จักศรีปทุม   

งานอีกลักษณะหนึ่งคือ เป็นงานที่น่าสนใจ คือ เหมาะกับเด็กศรีปทุม เด็กเราเด่นตรงนี้ มีความสามารถตรงจุดนี้ เหมือนหาโอกาสที่เหมาะกับเด็กเรานั่นเอง ทุกงานที่ลงประกวดต่อให้ไม่ได้รับรางวัล หรือ ได้รางวัลชมเชย หรือได้รางวัลชนะเลิศ ทุกๆ งานผมคิดว่าเด็กๆ จะได้แรงบันดาลใจเพิ่มขึ้นแน่นอน

 
สุดท้ายคือเราต้อง “ลองคิดอะไรให้ต่างกับคนอื่น เทคนิคพื้นฐานของการถ่ายภาพ ใครๆ ก็เก่งได้ แต่เราจะเก่งกว่าเขาได้ต้องตีโจทย์ให้แตก ต้องถ่ายยังไง ถ่ายแบบไหน ต้องทำให้เป็น”