บทความทางวิชาการ/วิจัย   Business Tips


UploadImageUploadImage


 

#mottoTH จากวิทยากร #DNAbySPU2

คุณสุวิกรม อัมระนันทน์ 
นักแสดงและพิธีกร รายการ PERSPECTIVE

“อะไรที่เครียดเกินไปก็ไม่ดี บันเทิงจ๋าก็ไม่เอา EDUTAINMENT นี่แหละกำลังพอดี” นักแสดงและพิธีกร รายการ PERSPECTIVE คุณสุวิกรม จะพาเราไปพบกับแรงบันดาลใจและสาระอันน่าทึ่งที่ผสมกันอย่างซับซ้อนแต่กลมเกลียวในมุมมองของบุคคลต้นแบบหลายๆ คน ที่จะสร้างมุมมองใหม่ๆ ให้แก่เรา

#DNAbySPU2
#ItsyouYOU
DNAbySPU.com
ใช้ #DigitalMarketing เพื่อให้เกิดภาพจำ และเป็น DNA ของตัวเอง




UploadImage

#DNAjournal2 #EP13
Create Your Own Legend ‘สร้างเรื่องราว...ที่เป็นตำนานของตัวเอง’
อ่านทั้งหมด คลิก ► https://goo.gl/XeYX45

.

ทำไมหลายท่านถึงมองเห็นว่า “ความสำเร็จ” มักจะแอบซ่อนอยู่ในงานสัมมนา ?

.

.

หลายท่านคงมีประสบการณ์ในการพบเห็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นในด้านธุรกิจ การลงทุน หรือแม้แต่การใช้ชีวิต ปรากฏตัวตามสื่อต่างๆ เพื่อฉายภาพเรื่องราวของบุคคลท่านหนึ่ง ที่สามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดแล้วหากระบวนการใหม่ในการก่อร่างสร้างตนอย่างภาคภูมิ และทิ้งท้ายด้วยการจุดประกายในทำนองที่ว่า ไม่ว่าจะเป็นใคร การศึกษาระดับไหน อาชีพอะไร ก็สามารถหยิบจับความสำเร็จได้ ขอเพียงแค่มีความกล้าหาญและมีเม็ดเงินเพียงพอ

.

.

เรื่องราวข้างต้นมักจะดึงดูดเม็ดเงินของผู้ที่สนใจได้อย่างเปี่ยมประสิทธิภาพ เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในเนื้อแท้แล้วไม่ว่าใครก็อยากจะรวย อยากจะเป็นคนมีชื่อเสียง และอยากจะมีความสุขในการใช้ชีวิตทั้งนั้น ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาเหล่านั้นจะหันหน้าตอบรับกับสิ่งที่เรียกว่า “ความสำเร็จสำเร็จรูป”

.

.

มีงานศึกษาชิ้นหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า การที่เรื่องราวเหล่านั้นสามารถทำให้หัวใจท่านเต้นแรงได้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่ถูกออกแบบมาอย่างดี

.

.

ในปี 2014 Michael Shermer นักเขียนแห่งนิตยสารวิทยาศาสตร์พฤติกรรมชื่อดังและ Larry Smith แห่งมหาวิทยาลัยวอร์เตอร์ลู ได้ทำการตีพิมพ์บทความลงในนิตยสาร Scientific American เพื่อให้นักอ่านทุกท่านได้รู้จักกับอคติทางด้านความคิดที่มีชื่อว่า “อคติแห่งการอยู่รอด” (Survivorship Bias)

.

.

Survivorship Bias เป็นกระบวนการทางความคิดเกี่ยวกับสถิติของการอยู่รอด ซึ่งอคตินี้สั่งงานให้สมองของท่านจับจ้องและให้ความสำคัญกับ “คุณชัยชนะ” ที่สามารถเอาตัวรอดมาได้จากเหตุการณ์นั้น เเละไม่ได้ชายตามอง “คุณปราชัย” ที่พ่ายแพ้จากเหตุการณ์เดียวกัน

.

.

ลองจินตนาการถึงการแข่งขันบาสเกตบอล เมื่อเวลาในสนามหมดลง ผลคะแนนชี้ชัดแล้วว่าทีมใดเป็นผู้แพ้หรือชนะ ผู้ชมในสนามจะมีพฤติกรรมไชโยโห่ร้องและขอสัมผัสตัวกับคนในทีมที่ได้รับชัยชนะ เช่น จับมือหรือกอดคอ ในขณะที่ทีมที่อ่อนแอก็แพ้ไปต้องก้มหน้าก้มตาเดินออกจากสนามอย่างเงียบเหงา (มีบ้างที่ผู้ชมสัมผัสตัวแต่จะเป็นในแง่การปลอบใจมากกว่า)

.

.

Survivorship Bias ยังอธิบายถึงปรากฏการณ์ในงานสัมมนาที่ในระหว่างที่ท่านฟังเรื่องราวคนที่ประสบความสำเร็จ สมองของท่านจะรับรู้แค่ข้อมูลที่บอกว่าความสำเร็จของพวกเขามาจากกระบวนการ How toอะไรบางอย่าง และปักใจเชื่อในกระบวนการนั้นอย่างสุดซึ้ง ซึ่งถือว่าเป็นความคิดที่ค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงและอันตรายพอสมควร เพราะความคิดนี้ไม่ได้นำเอาข้อมูลด้านอื่นเข้ามาพิจารณาเพื่อประกอบให้เป็นข้อเท็จจริง

.

.

ถ้ามองอย่างผิวเผินและฉาบฉวยอาจจะสรุปได้ว่า ความสำเร็จเกิดขึ้นจากการเดินตามกระบวนการ ซึ่งก็ถือว่าเป็นความจริง แต่เป็นความจริงแค่ส่วนหนึ่ง แต่ถ้าท่านมองย้อนและตีความความสำเร็จอย่างลึกซึ้งและเข้มข้น ท่านจะพบเห็นบางสิ่งบางอย่างที่เป็นบทบาทสำคัญในการที่จะทำให้คนบางคนที่มีความสามารถน้อยประสบความสำเร็จ แล้วสิ่งนั้นคืออะไร ?

.

.

หลักสูตร #DNAbySPU2 ได้รับเกียรติจาก คุณสุวิกรม อัมระนันทน์หรือคุณเปอร์

นักแสดงและพิธีกร รายการ PERSPECTIVE ที่จะมาแบ่งปันแรงบันดาลใจ ในการสร้างตำนานในแบบฉบับของตัวเอง

.

.

ในปี 2005 สตีฟ จ็อบส์ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เป็นปาฐกถาเลื่องชื่อที่แม้แต่นิตยสารชื่อดังอย่าง Fortune ยังต้องนำไปตีพิมพ์แม้จะผ่านมาแล้ว 4 เดือนก็ตาม

.

.

ปกติการปาฐกถาพิเศษในวันรับปริญญามักจะเป็นอะไรที่ฟังสบายๆ แล้วก็ผ่านไป แต่ปาฐกถาพิเศษในครั้งนี้ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะหลังจากวันนั้น โลกทั้งใบก็สั่นสะเทือน มีคนพูดถึงอย่างมากมาย ไม่เฉพาะในหมู่บัณฑิต ของสแตนด์ฟอร์ดเท่านั้น แต่มีการโพสต์เข้าไปในเว็บไซต์ให้คนรู้จักอ่าน ถกเถียงในเว็บบล็อก คนที่ไม่ได้อ่านก็ถามหากันมาก

.

.

ไฮไลต์หนึ่งในปาฐกถาชิ้นนี้คือ “ทุกสิ่งที่เราเรียนรู้และลงมือทำในวันนี้ แม้ไม่ก่อให้เกิดผลทันที แต่วันหนึ่งข้างหน้าจะเป็นประโยชน์ เราสามารถเรียนรู้จากอดีต แต่เราไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้ ทุกสิ่งที่เราตั้งใจเรียนรู้และทำในวันนี้จะเป็นประโยชน์ในวันข้างหน้า…”

.

.

ถ้าทำการถอดความปาฐกถาชิ้นนี้อย่างบรรจง จะพบว่าสิ่งที่สตีฟ จ็อบส์กำลังจะบอก นอกจากทัศนคติอันแรงกล้าผ่านคำว่า Stay hungry. Stay foolish. แล้ว ท่านศาสดายังส่งต่อความคิดอีกหลายชิ้นที่สามารถตกผลึกและเป็นประโยชน์ หนึ่งในนั้นคือ “อดีตเป็นรากฐานของปัจจุบัน และปัจจุบันเป็นรากฐานของอนาคต”

.

.

เรื่องราวในอดีตเป็นอีกหนึ่งสาระสำคัญของกระบวนการเพื่อรับมือกับปัจจุบันและต่อไปในอนาคต แต่ท่านไม่มีทางคาดเดาได้เลยว่าเรื่องราวในอดีตจะเชื่อมโยงเข้ากับสถานการณ์ในตอนนี้ได้อย่างไร ?

.

.

มีสิ่งเดียวที่ท่านพอจะทำได้ นั่นก็คือ การเตรียมพร้อม เพราะหากท่านประสบการณ์น้อย จุดของท่านก็จะน้อยลงไปด้วย ดังนั้นท่านควรจะทำให้ช่วงเวลานั้นมีความหมาย ด้วยการทำทุกอย่างด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ

.

.

การขับเคลื่อนชีวิตของท่านให้ไปยังจุดที่ดีกว่าเดิมได้นั้น ไม่เคยปรากฏสิ่งที่เรียกว่าสูตรสำเร็จที่สามารถเปลี่ยนสภาพให้รวยขึ้นหรือมีความสุขได้ในชั่วพริบตา แต่คือการนำเรื่องราวในอดีตผสมผสานเข้ากับการเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์จากผู้ที่เคยเผชิญหน้ากับปัญหา เพื่อปรับทิศทางและสร้างทัศนคติใหม่ แล้วจึงลงมือปฏิบัติอย่างมีวินัยที่ถึงแม้ว่าจะไร้ซึ่งความตื่นเต้นแล้วก็ตาม

.

.

เพราะตำนานมักจะถูกเล่าขานจากเรื่องราวของผู้ที่ไม่ยอมแพ้

.

.

ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Survivorship_bias, Connect the Dots เขียนโดยราชมี แบนซาล

.

.

#itsyouYOU

.

.

หมายเหตุ

1. #DNAjournal จัดทำเพื่ออธิบายต่อยอดข้อมูลการบรรยายของ Speaker ในหลักสูตร #DNAbySPU

2. ข้อมูล EP.13 ต่อยอดจากการบรรยายของคุณสุวิกรม อัมระนันทน์หรือคุณเปอร์ นักแสดงและพิธีกร รายการ PERSPECTIVE ที่จะมาแบ่งปันแรงบันดาลใจ ในการสร้างตำนานในแบบฉบับของตัวเอง

#Speaker #DNAbySPU2 11 November 2017

.

.

จัดทำโดย หลักสูตร #DNAbySPU :: Digital Network Advantage , Digital Business Management Department, Sripatum Business School, #SPU

www.DNAbySPU.com

ใช้ #DigitalMarketing เพื่อให้เกิดภาพจำ และเป็น DNA ของตัวเอง