ประวัติความเป็นมา

UploadImage 

 โลโก้
“รุ้ง” ที่เราเห็นบนท้องฟ้านั้นแท้ที่จริงแล้ว มันคือละอองน้ำที่ลอยตัวค้างอยู่ในอากาศ มีลักษณะเด่นคือ ความโปร่งแสง จึงทำให้กระจายแสงสีขาวออกมาเป็นแถบ ที่เรียกกันว่าแถบ Spectrum เมื่อแถบสีขาวนี้วิ่งไปชนกับแสงอาทิตย์จึงเกิดการหักเห ทำให้มีสีต่างๆ 7 สี (ม่วง, คราม, น้ำเงิน, เขียว, เหลือง, แสด, แดง) “รุ้ง” เกิดขึ้นในประเทศไทยสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศร้อนชื้นที่ประกอบไปด้วยแดดและฝน สถาปัตยกรรมในประเทศไทยจึงต้องคำนึงถึงข้อดี ข้อเสีย ของแดดและฝนเพื่อนำมาใช้ในข้อดีและป้องกันในข้อเสีย “รุ้ง” สัญลักษณ์ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จึงเป็นข้อเตือนใจทุกคนว่า การออกแบบสถาปัตยกรรมในประเทศไทย ต้องคิดอยู่เสมอว่าออกแบบอยู่ในเขตร้อนชื้น
ผศ.ดร.สมบูรณ์ เวสสุนทรเทพ

ความเป็นมา
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เปิดดำเนินการสอนหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ตั้งแต่ปีการศึกษา 2536 โดยได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาจากทบวงมหาวิทยาลัย (ชื่อในขณะนั้น) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2540 และการรับรองหลักสูตรและสถาบันการศึกษาจากคณะกรรมการการควบคุมวิชาชีพ สถาปัตยกรรม (ก.ส.) เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2541

คณะฯ ได้ปรับปรุงหลักสูตรโดยเพิ่มรายวิชาทางด้านเทคโนโลยีและพลังงาน เพื่อตอบสนองนโยบายในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงด้านอุตสาหกรรมการก่อสร้างเป็นสำคัญ หลักสูตรที่ปรับปรุงของคณะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2546 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

นับตั้งแต่ปีการศึกษา 2547 เป็นต้นมา คณะฯได้เปิดดำเนินการสอนอีก 1 หลักสูตร 1 สาขาวิชา คือ หลักสูตรศิลปบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบภายใน ในปัจจุบัน นอกจากทางคณะฯ จะเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีในทั้งสองสาขาแล้ว คณะฯ ยังได้เปิดหลักสูตรปริญญาโทเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการบุคลากรของอุตสาหกรรม ได้แก่ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารงานก่อสร้าง และหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารทรัพยากรอาคาร) ซึ่งทั้งสองหลักสูตรสอนโดยเหล่าคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นนำของประเทศ ทำให้หลักสูตรทั้งสองได้รับความสนใจเป็นอย่างมากและสามารถผลิตบุคลากรคุณภาพ เข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

วัตถุประสงค์ของคณะฯ
- ผลิตบัณฑิตที่มีทักษะทางวิชาชีพสถาปัตยกรรมตามมาตราฐานสากล มีความรอบรู้และใฝ่รู้ สามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ในการประกอบวิชาชีพ
- สำนึกในคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมของชาติ อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ทำนุบำรุงศาสนาและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต
- ส่งเสริมการวิจัยประยุกต์เพื่อพัฒนาสังคม
- ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมโดยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานอย่างประหยัดและใได้ประสิทธิภาพสูงสุด