นันทพร คงสิน (นุ่น)

นักศึกษาคณะ วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ สาขาการจัดการการท่องเที่ยว
สถานที่ฝึกปฏิบัติงานบริษัท เอพลัส ทราเวล จำกัด ( A PLUS TRAVEL)
แผนกDomestic Tour

UploadImage


นันทพร  คงสิน (นุ่น)
มหาวิทยาลัยศรีปทุม (บางเขน) วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ 


Q : วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ  มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับอะไรบ้าง
A : เรียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวโดยตรงเลยค่ะ จะไม่เกี่ยวกับการโรงแรม และการบิน หนูจะเรียนเกี่ยวกับมัคคุเทศน์ การเรียนรู้พฤติกรรมการท่องเที่ยว ลูกค้า และในทุกๆ เทอมจะต้องจัดโปรแกรมท่องเที่ยวกันเอง ส่วนใหญ่จะไปวัด และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมไปถึงการการจัดเรื่องจองห้องพัก จองตั๋วเครื่องบิน และในปี 4 เราต้องทำทัวร์กันเอง คือเริ่มทำทุกอย่างตั้งแต่นับหนึ่งเลยค่ะ 

Q : การฝึกงานสหกิจของทางมหาวิทยาลัยเป็นยังไงบ้าง
A : ทางมหาวิทยาลัยให้นักศึกษาเลือกได้เองเลย ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัททัวร์ จะมีทั้งโรงแรม และสายการบินด้วย อาจารย์ก็ให้คำแนะนำด้วยเหมือนกันค่ะ จะให้รายชื่อบริษัทมาเลย แล้วให้นักศึกษาไปหาข้อมูลของแต่ละบริษัทดูว่าชอบบริษัทไหนบ้าง แล้วก็นำเสนออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อให้คำแนะนำ

Q : ก่อนมาฝึกงานมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
A :  อย่างแรกเลยคือ จะเจาะจงเกี่ยวกับตัวบริษัทเลยว่า บริษัทไหนที่เราเดินทางไปฝึกงานสะดวก และใช้เวลาน้อยที่สุด ตอนแรกก็มีกังวลเกี่ยวกับบริษัทที่ฝึกงานค่ะ ว่าจะเป็นยังไงบ้าง น่าเชื่อถือไหม มีคุณภาพหรือเปล่า แต่พอได้หาข้อมูลและปรึกษาอาจารย์ก็ไม่เครียดแล้วค่ะ

UploadImage

Q : ฝึกงานที่ เอพลัส ทราเวล ได้ทำอะไรบ้าง 
A : หนูได้ฝึกงานตำแหน่ง Domestic Tour ได้ทำโปรแกรมทัวร์  Domestic Tour พาคนไทยเที่ยวไทยค่ะ ทำตั้งแต่เตรียมรายชื่อลูกค้า ว่าจะไปเที่ยวกี่คน จัดกิจกรรมอะไรบ้าง และจะ Call Sale ติดต่อลูกค้า ว่าจะไปเที่ยวไหนบ้าง ก็จะจัดโปรแกรมทัวร์ตามที่ลูกค้าต้องการ ก็ได้ออกภาคสนาม และเป็นผู้ช่วยไกด์

Q : การเรียนในมหาวิทยาลัย สามารถนำมาใช้กับการฝึกงานได้จริงมากน้อยแค่ไหน
A : ใช้ได้จริง 100 เปอร์เซ็นต์เลยค่ะ เพราะตอนเรียนเราเคยจัดโปรแกรมทัวร์เอง พบลูกค้า ออกพื้นที่จริง พอได้มาฝึกงานก็เอาประสบการณ์จริงเหล่านั้น มาใช้กับการฝึกงานทั้งหมดว่าต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง ต้องจัดการทัวร์ยังไงให้ลูกค้าประทับใจมากที่สุด

Q : ระหว่างฝึกงานเคยเจอปัญหาบ้างไหม
A : ไม่ค่อยเจอปัญหาเท่าไหร่ค่ะ เพราะพี่ๆ ที่นี่จะสอนงานเราเต็มที่มาก ไม่เข้าใจก็ถามได้เลย  แต่เคยเจอปัญหาครั้งนึงค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ได้จากการออกทัวร์ครั้งแรกเลยค่ะ ตอนนั้นเราทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย staff ก็จะมีผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ  อย่างลงชื่อลูกค้าผิด แต่ก็แก้ปัญหาได้ทันทีค่ะ 

Q : ได้อะไรจากการฝึกงานที่นี่บ้าง
A : เอาไปใช้ได้หมดเลยค่ะ เพราะเราเรียนรู้ตั้งแต่จุดเล็กๆ ไปจนถึงจุดที่ยากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการหาลูกค้า คุยกับลูกค้าแบบไหน การออกไปพบลูกค้า ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการทำเอกสารต่างๆ ในออฟฟิศ ถึงแม้จะทำผิดพลาดบ้างแต่ก็ทำให้เราได้เรียนรู้มากขึ้น หนูคิดว่าพอได้ทำงานจริงก็สามารถเอาความรู้ตรงนี้ไปใช้ได้เลยค่ะ

UploadImage

Q : ต้องเตรียมตัวฝึกงานยังไงบ้าง
A :  สำหรับน้องที่กำลังหาบริษัทที่จะฝึกงาน ก็ให้ลองถามตัวเองก่อนว่าชอบ และถนัดงานรูปแบบไหน จะเป็น Inbound, Domestics หรือเกี่ยวกับ Event  และการบิน ก็ให้เตรียมตัวให้พร้อม และศึกษาข้อมูลของบริษัทที่จะฝึกงานด้วย ส่วนเรื่องของการประพฤติตัว อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญมากเป็นอันดับแรก ว่าต้องทำตัวอย่างไร ต้องประพฤติตัวดี ต้องเคารพและรู้จักกาลเทศะในที่ฝึกงานด้วยค่ะ 

Q : อยากฝากอะไรถึงรุ่นน้อง ที่จะกำลังจะฝึกงานบ้างคะ
A : สำหรับน้องๆ ที่กำลังจะฝึกงาน ก็อยากให้บริษัทนี้เป็นตัวเลือกที่จะฝึกงานค่ะ ที่สำคัญยังเป็นบริษัทคุณภาพที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยของเราด้วยค่ะ


UploadImage

INTER(n)VIEW | A PLUS TRAVEL
บริษัท เอพลัส ทราเวล จำกัด ( A PLUS TRAVEL)

ชวลิต เสรีโรจนกุล
กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอพลัส ทราเวล จำกัด ( A PLUS TRAVEL)


Q : เริ่มรับเด็กฝึกงานตั้งแต่เมื่อไหร่
A :  ผมเริ่มเปิดบริษัทตั้งแต่ปี 2546 ก็รับเด็กฝึกงานเลย เพราะผมเล็งเห็นศักยภาพของเด็กฝึกงาน ตั้งแต่ผมเป็นพนักงานบริษัท 19 ปี ก็มองเห็นว่าเด็กฝึกงานในบริษัทที่ผมเคยทำงานด้วย มีศักยภาพสูง และประโยชน์สูงสุดจากเด็กฝึกงาน พอผมมีบริษัทก็พร้อมเปิดรับเด็กฝึกงานเลย

Q : ประสบการณ์รับเด็กฝึกงานเป็นอย่างไรบ้าง
A : มีทั้งดีและไม่ดีเยอะมากครับ อย่างแง่ดีก็คือ ในบริษัทเราถึงแม้จะเปิดมา 14 ปีก็จริง แต่เด็กฝึกงานก็มีหลาย Gen เแตกต่างกันทั้งหลักสูตรการเรียน ความคิด การทำงาน ซึ่งใน 1 ปี จะมีเด็กฝึกงาน 2-3 รุ่นเลย เรารับทั้งระดับปริญญาตรี ปวช. และปวส. เด็กฝึกงานที่เก่ง มีความมุ่งมั่น มีเป้าหมายในชีวิต จะฝึกงานได้ดีมาก แต่บางกลุ่มก็ไม่ผ่านการฝึกงานก็มีเหมือนกัน

Q : รับเด็กฝึกงานเข้ามาทำอะไรบ้าง
A :  ที่บริษัทเรามีการแยกแผนกที่เด่นชัด ผมไม่ต้องการให้บุคลากรคนหนึ่ง ทำทุกอย่างได้ อยากให้ทุกคนรับผิดชอบหน้าที่ตัวเองเต็มที่ นักศึกษาที่มาฝึกงานที่นี่ จึงได้เรียนรู้งานในทุกแผนกกับพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์ทำงานนั้นๆ โดยตรง เขาจะได้ฝึกงานแผนกละ 1-2 อาทิตย์ คนไหนที่มีประสิทธิภาพการทำงาน มีทักษะการทำงานที่เข้าตาเรา และตรงกับสายงานที่เขาฝึก เราก็จะปั้นให้เขาได้เรียนรู้งานสายนั้นเต็มที่ไปเลย ซึ่งพนักงานที่นี่ส่วนใหญ่เริ่มต้นจากเด็กฝึกงาน และทำงานที่นี่เลย

Q : เด็กฝึกงานจาก มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นยังไงบ้าง
A : นักศึกษา ม.ศรีปทุม เรียกได้ว่า เอาเนื้อหาที่เรียนมามาประยุกต์ใช้กับการฝึกงานได้จริง นักศึกษาก็ใฝ่เรียนรู้ได้ดี พร้อมที่จะเรียนรู้งานใหม่ๆ และเป็นงาน

Q : มองเห็นอะไรในตัว นักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุม ถึงรับเข้าฝึกงาน
A : ผมจะเป็นคนสัมภาษณ์นักศึกษาฝึกงานทุกคน สิ่งที่ผมต้องการจากการฝึกงานคือ ออกไปเป็นคนดีของสังคม ผมสอนเด็กๆ ทุกรุ่น อย่างเด็กรุ่นนี้ มาฝึกงาน 3 คน ก็ถนัด 3 ด้านเลย แต่ทุกคนก็ต้องฝึกทุกแผนก ผมก็จะบอกเขาว่า พยายามจับจุดตัวเองให้เร็วที่สุด เพราะการฝึกงานคือชีวิตที่เหมือนจะจริงแล้วนะ ถ้าฝึกงานแล้วจับจุดได้ เราก็ได้รู้ว่าเราถนัดอะไร จะไปทำงานต่อไปในอนาคต

Q : อยากฝากอะไรถึงเด็กฝึกงานบ้าง
A : ฝากถึงทุกมหาวิทยาลัยเลยนะครับ ในรุ่นต่อๆ ไปที่จะฝึกงานต้องอดทน และคว้าโอกาสที่มีเข้ามา แล้วทำมันให้ดี ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเองด้วย ถ้าน้องๆ คนไหนที่มีเป้าหมายชัดเจน ก็ให้เก็บเกี่ยวความรู้ช่วงฝึกงานให้ได้มากที่สุด




การเรียนที่ศรีปทุม...สามารถนำมาใช้ฝึกสหกิจได้จริง 100%...