สหกิจศึกษาคืออะไร

1. วัตถุประสงค์
1.1 เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้เกิดการเรียนรู้และเสริมสร้างประสบการณ์วิชาชีพจากการไปปฏิบัติงานจริงในสถาน ประกอบการ ท าให้นักศึกษาสามารถพัฒนาตนเองให้มีความพร้อมในการประกอบวิชาชีพ การจัดการศึกษาแบบสหกิจศึกษานี้จะทำ ให้นักศึกษาได้รับคุณค่าในการปฏิบัติงานจริงมากกว่าวิธีการฝึกงานแบบเดิม เพื่อเปิดโอกาสให้สถานประกอบการได้มีส่วนร่วม ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ
1.2 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสถานประกอบการ และสถาบัน การศึกษา
1.3 เพื่อให้มีการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาที่ตอบสนองกับความต้องการของ สถานประกอบการและตลาดแรงงาน
 
2. ลักษณะการดำเนินการ
การปฏิบัติงานของนักศึกษาโครงการสหกิจศึกษา (Co -operative Education) เป็นระบบการศึกษาที่เน้นการปฏิบัติงาน ด้านวิชาชีพในสถานประกอบการอย่างเป็นระบบ โดยสถาบันการศึกษาและสถานประกอบการต่างๆ จะร่วมกันคัดเลือกนักศึกษาเพื่อ ไปปฏิบัติงาน ณ สถานประกอบการนั้นๆทำให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้ประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงและทำให้ สถาบันการศึกษาได้มีกลไกในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและคุณภาพของบัณฑิตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บัณฑิตเป็นผู้มีคุณสมบัติ ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานและเป็นกลไกที่มีระบบเชื่อถือได้โดยจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

2.1 การศึกษาแบบสหกิจศึกษา นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษาจะไปปฏิบัติงาน ณ สถานประกอบการเป็นเวลาไม่ น้อยกว่า16 สัปดาห์โดยปฏิบัติงานเสมือนหนึ่งเป็นพนักงานชั่วคราวของสถานประกอบการนั้นๆ มีหน้าที่รับผิดชอบตามสาขาวิชาที่ ได้ศึกษามา ทั้งนี้สถานประกอบการจะร่วมกับประธานอาจารย์ที่ปรึกษาสหกิจศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาสหกิจศึกษาจากสาขาวิชาใน การคัดเลือกนักศึกษาที่จะปฏิบัติงานตามโครงการดังกล่าว

2.2 สถานประกอบการมีนโยบายในการสนับสนุนการด าเนินงานสหกิจศึกษา โดยผู้บริหารให้ความสำคัญต่อการ ดำเนินงานสหกิจศึกษา รวมทั้งบุคลากรที่เกี่ยวข้องตระหนักรู้และเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ แนวคิด ตลอดจนประโยชน์ที่สถาน ประกอบการจะได้รับในการดำเนินงานสหกิจศึกษา และสถานประกอบการจะต้องจัดให้มีผู้แทนซึ่งเรียกว่า พนักงานที่ปรึกษา (Job Supervisor) ที่มีคุณวุฒิหรือประสบการณ์ตรงตามสาขาวิชาชีพของนักศึกษาเป็นผู้ที่ท าหน้าที่ให้คำแนะนำแก่นักศึกษาตลอด ระยะเวลาการปฏิบัติงาน โดยมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้แทนสถานประกอบการผู้ประสานงานโครงการสหกิจ ศึกษา และอาจารย์ที่ปรึกษาสหกิจศึกษา และสถานประกอบการควรมีการจัดงบประมาณและทรัพยากรให้กับนักศึกษาสหกิจ ศึกษา โดยอาจจะมีค่าตอบแทนและสวัสดิการในอัตราที่เหมาะสมและจำเป็นตามลักษณะงานของนักศึกษาสหกิจศึกษา

2.3 ผู้แทนของสถานประกอบการที่ได้รับมอบหมายจากสถานประกอบการและอาจารย์ที่ปรึกษาสหกิจศึกษาจะเป็น ผู้ด าเนินการในการวัดและประเมินผล ซึ่งเกณฑ์ของการประเมินผลคิดเป็นระดับคะแนน S (Satisfactory -ผ่าน) และ U (Unsatisfactory -ไม่ผ่าน) ทั้งนี้นักศึกษาจะต้องจัดทำและนำเสนอรายงานการปฏิบัติงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษาสหกิจศึกษา และ คณะกรรมการวัดและประเมินผลของคณะที่จัดส่งนักศึกษาไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษา เมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน

2.4 คณะกรรมการวัดและประเมินผลของคณะที่จัดส่งนักศึกษาไปปฏิบัติงานจะพิจารณาข้อมูลที่นักศึกษาน าเสนอเพื่อ นำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรและวิธีการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ และตลาดแรงงานต่อไป


3. ประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการสหกิจศึกษา 
3.1 เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันการศึกษา และสถานประกอบการต่างๆ ที่เข้าร่วม โครงการสหกิจศึกษา

3.2 สถานประกอบการมีนักศึกษาที่มีความกระตือรือร้นและมีความพร้อมในด้านวิชาการระดับหนึ่งไปช่วยปฏิบัติงาน ทำให้พนักงานประจำมีเวลาสร้างสรรค์งานให้กับองค์กรมากขึ้น และเป็นวิธีการช่วยคัดเลือกบุคลากรเข้าเป็นพนักงานประจำใน อนาคตโดยไม่จำเป็นต้องมีการทดลองงาน ทำให้สถานประกอบการลดค่าใช้จ่ายในการสอนงานระหว่างทดลองงานลงได้

3.3 นักศึกษาจะได้รับการเสริมสร้างประสบการณ์ด้านวิชาชีพเพิ่มเติมนอกเหนือจากความรู้ที่ได้รับจากการเรียนการสอน ในห้องเรียน มีโอกาสน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้เรียนรู้ในการท างานร่วมกับผู้อื่นสามารถพัฒนาตนเองใน ด้านต่างๆ รวมทั้งมีความรับผิดชอบในการท างาน สร้างความมั่นใจในตนเอง และเพิ่มคุณค่าในด้านศักยภาพในการท างานที่ ตอบสนองความต้องการของสถานประกอบการ ซึ่งจะทำให้นักศึกษามีศักยภาพพร้อมที่จะปฏิบัติงานได้ทันทีที่สำเร็จการศึกษา

3.4 ทำให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอัน จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทั้งต่อตัวนักศึกษาสถาน ประกอบการ และสถาบันการศึกษา เพราะสถาบันการศึกษาสามารถผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องกับความต้องการของสถาน ประกอบการและตลาดแรงงานได้

3.5 ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยทางอ้อม กล่าวคือการปฏิบัติงานของ นักศึกษาระหว่างศึกษานั้น เมื่อนักศึกษาสำเร็จการศึกษาจะสามารถปฏิบัติงานในสาขาวิชาชีพของตนได้ทันทีและมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ไม่เกิดความสูญเปล่าทั้งฝ่ายนายจ้างและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ