สรกล อดุลยานนท์ “หนุ่มเมืองจันท์”
บนจอโปรเจ็กเตอร์มีตัวอักษรเขียนคำว่าสีต่างๆ ตั้งแต่ สีแดง สีเหลือง สีขาว สีดำ ฯลฯ เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ แต่ที่แปลกก็คือ สีที่เขียนกับตัวอักษรชื่อสีเป็นคนละสีกัน

คำว่า“สีแดง” กลับเขียนด้วย “สีเขียว” คำว่า“สีเหลือง”เขียนด้วย “สีดำ” “สีขาว”เขียนด้วย “สีเหลือง” ฯลฯ เมื่อให้ทุกคนอ่าน “ตัวอักษร” ทุกคนอ่านได้ถูกต้อง แต่พอเปลี่ยนให้อ่านตาม “สี” ที่เขียน เชื่อไหมครับว่าทุกคนอ่านแบบตะกุกตะกัก ถูกบ้าง-ผิดบ้าง ที่“ผิด” คืออ่านไม่ตรงกับ “สี”แต่กลับอ่านตาม “ตัวอักษร” คำว่า“สีแดง” ที่เขียนด้วย “สีเขียว” ก็อ่านว่า“สีแดง”

นายแพทย์วันชัย วัฒนศัพท์ ผู้ทรงคุณวุฒิของสถาบันพระปกเกล้า ที่นำเกมนี้มาเล่นสรุปว่าที่เราอ่าน “ตัวอักษร” ถูก แต่อ่าน “สี” ผิด ก็เพราะเราใช้สมองด้าน “ซ้าย” มากกว่าด้าน “ขวา” สมองซีกขวาจะใช้กับเรี่อง“ความรู้สึก” ควบคุมอารมณ์ ใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ มนุษย์ทั่วไปใช้“สมองซีกซ้าย” มากกว่า“สมองซีกขวา” ใช้“เหตุผล” มากกว่า “ความรู้สึก” “หมอวันชัย” คือผู้เชี่ยวชาญเรื่องการสานเสวนา ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่ง ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี เขาบอกว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เพราะเราใช้สมองซีกซ้ายมากกว่าซีกขวา ซึ่งบางที“เหตุผล” ก็แก้ปัญหาไม่ได้ การสานเสวนา คือ กระบวนการที่ให้ “คู่ขัดแย้ง” มานั่งคุยกัน เล่าให้อีกฝ่ายหนึ่งฟังถึงความคับข้องใจของเขา เมื่อเราฟังกันแบบเห็นหน้าเห็นตารับรู้ความรู้สึกแบบ “มนุษย์” ต่อ “มนุษย์” “สมองซีกขวา”จะเริ่มทำงาน จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร แต่จะ“เข้าใจ” อีกฝ่ายหนึ่งมากขึ้นอย่างแน่นอน เชื่อไหมครับ “ความเข้าใจ”เป็นเรื่องสำคัญมากของการแก้ปัญหา ถ้าเราเข้าใจอีกฝ่ายหนึ่งว่าทำแบบนี้เพราะอะไร เราก็จะโกรธเขาน้อยลง เหมือนเราเห็นเด็กบางคนแสดงอาการก้าวร้าว ถ้าไม่เคยรู้จักพื้นฐานของเด็กคนนั้นมาก่อน เราก็อาจไม่พอใจ แต่ถ้ารู้ว่าเด็กคนนี้มาจากครอบครัวที่แตกแยก และเคยถูกทำร้ายมาก่อน เราจะเข้าใจและเห็นใจ แทนที่จะโกรธเรากลับสงสารเด็กคนนั้น และแทนที่จะ“ตี” บางทีเราจะเปลี่ยนเป็นการโอบกอดเด็กคนนี้แทน อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ เรื่องการตั้ง“คำถาม” ในการแก้ปัญหา คนเรามี “จุด”2จุดที่น่าสนใจ “จุดยืน”(Position) กับ “จุดสนใจ”(Interest) “หมอวันชัย” ยกตัวอย่างเรื่องการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ถ้าเราตั้งคำถามว่าควรจะสร้างเขื่อนหรือไม

 

คำถามแบบนี้เป็นคำถามที่เรียกร้องให้คนแสดง“จุดยืน” กลุ่มหนึ่ง มีจุดยืนสนับสนุนการสร้างเขื่อน อีกกลุ่มหนึ่งมีจุดยืนคัดค้านการสร้างเขื่อน เมื่อตั้งคำถามว่าควรจะสร้างเขื่อนหรือไม่ คำตอบก็มีอยู่เพียงแค่2 ทาง คือ “สร้าง” กับ “ไม่สร้าง” เป็น “จุดยืน” ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ถ้าเราตั้งคำถามใหม่เป็นคำถามที่2 ฝ่ายมี“จุดสนใจ” ตรงกัน “เราจะบริหารจัดการลุ่มน้ำยมอย่างไรดี” เพราะฝ่ายหนึ่งก็ต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาน้ำท่วมในหน้าฝน และขาดน้ำในหน้าแล้ง อีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องการรักษาป่าสักผืนสุดท้ายของเมืองไทย เมื่อตั้งคำถามที่“จุดสนใจ” ทั้งสองฝ่ายก็สามารถคุยกันได้และหาหนทางการแก้ปัญหาร่วมกัน สุดท้ายอาจไม่ได้จบที่การสร้างเขื่อนก็ได้ อาจเป็นรูปแบบอื่นที่ทั้ง2 ฝ่ายยอมรับ โดยไม่ต้องสร้าง“เขื่อน” ครับ การตั้ง“คำถาม” ที่ถูกต้อง จะน้ำไปสู่“คำตอบ” ที่ถูกต้อง เหมือนกับชีวิตการทำไงานที่ต้องมีการประสานงานกัน ถ้าเกิด “ความผิดพลาด”ขึ้นมา แล้วหัวหน้าตั้งคำถามว่า“ใครผิด” “จุดยืน”ของคนส่วนใหญ่มักจะชัดเจนเหมือนกัน “เอ็งผิด” ความขัดแย้งก็เริ่มต้นขึ้นทันที แต่ถ้าห้วหน้าตั้งคำถามใหม่“เราจะแก้ความผิดพลาดนี้อย่างไร” เหมือนกับโยน “ความผิดพลาด” ครั้งนี้เป็น “สมบัติส่วนกลาง” เชื่อไหมครับว่าคราวนี้ทั้งสองฝ่ายจะไม่ชี้นิ้วเข้าหากันเหมือนเดิม แต่จะมีข้อเสนอที่สร้างสรรค์ขึ้น บางประเด็นอาจพุ่งเป้าไปที่อีกฝ่ายหนึ่งให้ปรับปรุง แต่เชื่อเถอะว่าจะต้องมีข้อเสนอที่ชี้กลับมาที่ตนเอง เราจะปรับปรุงแก้ไขอย่างไร จะเถียง หรือทะเลาะกันบ้าง แต่ก็เบาบางกว่าการค้นหา “คนผิด” อย่างแน่นอน ที่สำคัญเราจะได้“คำตอบ” ที่ต้องการ คือวิธีการแก้ไข “ความผิดพลาด”ในครั้งหน้า

Quotes